บรรจุภัณฑ์ที่เราเห็นเป็นขวดใสไม่ได้ผลิตจากพลาสติกชนิดเดียวกันทั้งหมด โดย ขวด PET เป็นขวดที่ผลิตจาก Polyethylene Terephthalate หรือ PET ซึ่งอยู่ในกลุ่มโพลีเอสเตอร์ มีจุดเด่นเรื่องความใส น้ำหนักเบา และความแข็งแรง จึงถูกนำมาใช้กับอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคหลายประเภทอย่างแพร่หลาย
อย่างไรก็ตาม การระบุว่าเป็น “ขวดพลาสติก” เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอสำหรับการเลือกบรรจุภัณฑ์ เพราะ PET, PP และ HDPE มีคุณสมบัติต่างกัน โดยเฉพาะเรื่องความใส ความแข็ง การรองรับอุณหภูมิ และความเหมาะสมกับกระบวนการบรรจุ
PET คือพลาสติกชนิดไหน
PET ย่อมาจาก Polyethylene Terephthalate เป็นพลาสติกในตระกูลโพลีเอสเตอร์ เมื่อนำมาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์จะพบในรูปขวด กระปุก ถาด หรือภาชนะประเภทต่าง ๆ และสามารถสังเกตวัสดุ PET ได้จากรหัสพลาสติกหมายเลข 1 ที่มักอยู่บริเวณก้นหรือด้านข้างบรรจุภัณฑ์
คุณสมบัติที่ทำให้ขวดพลาสติก PET ถูกใช้กับอาหารและเครื่องดื่มจำนวนมาก ได้แก่
- มีความใส ช่วยให้มองเห็นสีและลักษณะสินค้าภายใน
- น้ำหนักเบากว่าบรรจุภัณฑ์อย่างแก้ว
- แข็งแรงและไม่แตกกระจายเหมือนแก้วเมื่อเกิดการกระแทก
- สามารถขึ้นรูปเป็นขวดหลายทรงและหลายขนาด
- นำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ โดย PET ใช้รหัสพลาสติกหมายเลข 1
คำว่า PET bottle หรือขวดเพ็ทจึงหมายถึงขวดที่ระบุชนิดวัสดุชัดเจน ไม่ใช่ชื่อเรียกรวมของขวดพลาสติกทุกประเภท
ขวด PET ต่างจากขวดพลาสติกทั่วไปตรงไหน
“พลาสติก” เป็นชื่อเรียกวัสดุกลุ่มใหญ่ ภายในกลุ่มนี้มีพลาสติกหลายชนิดและแต่ละชนิดมีสมบัติต่างกัน ดังนั้นขวด PET จึงเป็นหนึ่งในขวดพลาสติก ไม่ใช่วัสดุที่แยกออกจากพลาสติก
ความแตกต่างจะเห็นชัดขึ้นเมื่อนำ PET ไปเทียบกับวัสดุที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่น เช่น PP และ HDPE
| วัสดุ | ลักษณะที่พบได้ทั่วไป | เหมาะกับการใช้งาน |
|---|---|---|
| PET | ใส น้ำหนักเบา ค่อนข้างแข็ง | น้ำดื่ม เครื่องดื่ม ซอส น้ำมัน และผลิตภัณฑ์ที่ต้องการโชว์สินค้าภายใน |
| PP | อาจมีลักษณะใสขุ่นหรือทึบขึ้นอยู่กับรูปแบบ และมีคุณสมบัติด้านความร้อนต่างจาก PET | อาหารและบรรจุภัณฑ์ที่ต้องพิจารณากระบวนการบรรจุหรือการใช้ความร้อน |
| HDPE | มักมีลักษณะขุ่นหรือทึบ แข็งแรงและทนต่อสารเคมีหลายประเภท | ผลิตภัณฑ์อาหาร ของใช้ และผลิตภัณฑ์ที่ไม่จำเป็นต้องเห็นสินค้าภายใน |
ตารางนี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น เพราะการเลือกวัสดุจริงต้องพิจารณาเกรดพลาสติก รูปทรงบรรจุภัณฑ์ ฝาปิด อุณหภูมิในกระบวนการผลิต และคุณสมบัติของสินค้าที่จะบรรจุร่วมกัน
สินค้าแบบไหนเหมาะกับขวด PET
การเลือกใช้ PET ควรเริ่มจากลักษณะสินค้าและกระบวนการบรรจุ ไม่ควรเลือกจากความใสหรือรูปทรงเพียงอย่างเดียว
น้ำดื่มและเครื่องดื่ม
PET ถูกใช้อย่างแพร่หลายกับน้ำดื่ม น้ำอัดลม และเครื่องดื่มหลายประเภท เนื่องจากมีน้ำหนักเบา แข็งแรง และสามารถผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ใสที่เห็นผลิตภัณฑ์ภายในได้
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ของ IMCOFOODPACK มีขวดน้ำดื่มและขวด PET หลายขนาด ตั้งแต่ขวดขนาดเล็กไปจนถึงขวดน้ำดื่มขนาดใหญ่ โดยรายละเอียดของแต่ละรุ่นระบุชนิดพลาสติกและขนาดคอขวดไว้แยกกัน
ซอส น้ำจิ้ม และน้ำมัน
สินค้าที่ผู้บริโภคต้องการเห็นสี ความใส หรือเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์สามารถใช้ PET เป็นตัวเลือกได้ ตัวอย่างการใช้งาน PET ในอุตสาหกรรมยังครอบคลุมน้ำสลัดและน้ำมันประกอบอาหารด้วย
สิ่งที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมคือความเข้ากันได้ระหว่างสูตรผลิตภัณฑ์กับวัสดุ รวมถึงวิธีการบรรจุและอุณหภูมิขณะบรรจุ
ผลิตภัณฑ์ที่ต้องการโชว์สินค้า
ความใสเป็นข้อได้เปรียบสำคัญของ PET หากสินค้ามีสีหรือรูปลักษณ์ที่เป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจซื้อ เช่น เครื่องดื่ม น้ำผลไม้ ซอส หรือผลิตภัณฑ์บางประเภท ขวดใสช่วยให้เห็นสินค้าจริงโดยไม่ต้องเปิดบรรจุภัณฑ์
แต่หากสินค้าไวต่อแสงหรือจำเป็นต้องป้องกันแสงเป็นพิเศษ การใช้ขวดใสอาจไม่เหมาะ และควรประเมินการใช้สีขวด ฉลาก หรือวัสดุชนิดอื่นร่วมด้วย
ขวด PET ใช้กับของร้อนได้ทุกแบบหรือไม่
ไม่ควรนำคำว่า PET ไปตีความว่าขวดทุกแบบสามารถรับการบรรจุร้อนได้เหมือนกัน
PET สำหรับการบรรจุทั่วไปกับขวดที่ออกแบบสำหรับ Hot Fill มีโครงสร้างและข้อกำหนดการใช้งานต่างกัน การเลือกขวดจึงต้องพิจารณาอุณหภูมิจริง ณ เวลาบรรจุ ระยะเวลาที่สัมผัสความร้อน รวมถึงกระบวนการหลังการบรรจุ
ตัวอย่างเช่น IMCOFOODPACK แยกผลิตภัณฑ์ขวดบรรจุเย็นออกจากขวดบรรจุร้อน และระบุว่ามีการผลิต Hot Fill Bottle ในวัสดุ PET, PP และ HDPE สำหรับกระบวนการบรรจุร้อนตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์
จึงไม่ควรนำขวด PET รุ่นหนึ่งไปใช้แทนอีกรุ่นโดยอาศัยเพียงว่าผลิตจากวัสดุเดียวกัน
ก่อนเลือกขวด PET ควรเช็กอะไรบ้าง
การตัดสินใจเลือกขวดควรเริ่มจาก Requirement ของสินค้า แล้วจึงเลือกรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม โดยประเด็นสำคัญมีดังนี้
- สินค้าที่จะบรรจุ
ตรวจสอบว่าสูตรเป็นน้ำ เครื่องดื่ม ซอส น้ำมัน หรือผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น เพราะองค์ประกอบของสินค้าอาจมีผลต่อการเลือกวัสดุ - อุณหภูมิขณะบรรจุ
ต้องแยกให้ชัดว่าเป็น Cold Fill, การบรรจุในอุณหภูมิอุ่น หรือ Hot Fill เพราะไม่ใช่ขวด PET ทุกแบบที่จะใช้แทนกันได้ - ขนาดและปริมาตร
ปริมาตรต้องสัมพันธ์กับปริมาณบรรจุจริง รวมถึงพื้นที่ว่างภายในขวดตามข้อกำหนดของกระบวนการผลิต - ปากขวดและฝาปิด
คอขวดแต่ละรุ่นมีขนาดและมาตรฐานต่างกัน จึงควรเลือกขวดพร้อมระบบฝาที่เข้ากันตั้งแต่ต้น ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ PET ของ IMCOFOODPACK มีทั้งคอ 28 มม., 38 มม. และรูปแบบอื่นตามรุ่น - การติดฉลากและรูปทรงขวด
หากต้องติด Sticker หรือ Shrink Sleeve ควรตรวจสอบพื้นที่ฉลาก รูปทรง และส่วนโค้งของขวดเพื่อให้เหมาะกับกระบวนการติดฉลากจริง - กระบวนการหลังบรรจุ
หากสินค้าต้องผ่านความร้อน การฆ่าเชื้อ การแช่เย็น หรือกระบวนการพิเศษอื่น ต้องเลือกขวดจากเงื่อนไขเหล่านี้ ไม่ใช่เลือกตามวัสดุเพียงอย่างเดียว
เรื่องที่มักสงสัยก่อนใช้บรรจุภัณฑ์ PET
Q: ขวด PET มี BPA หรือไม่?
A: PET ไม่ได้ใช้ BPA เป็นส่วนประกอบของวัสดุ โดย BPA เกี่ยวข้องกับพลาสติกบางประเภทที่มีโครงสร้างต่างจาก PET
Q: ขวด PET นำไปรีไซเคิลได้หรือไม่?
A: ได้ PET เป็นวัสดุที่สามารถนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล และโดยทั่วไปสังเกตได้จากรหัสพลาสติกหมายเลข 1 บนบรรจุภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม การรับรีไซเคิลจริงขึ้นอยู่กับระบบคัดแยกและผู้รับวัสดุในแต่ละพื้นที่
Q: ขวด PET สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้หรือไม่?
A: ต้องพิจารณาการออกแบบของขวดและวัตถุประสงค์การใช้งานเป็นหลัก หากนำภาชนะกลับมาใช้ การทำความสะอาดและสุขลักษณะเป็นประเด็นสำคัญ โดยภาชนะที่มีรอยหรือทำความสะอาดภายในได้ไม่ทั่วถึงอาจไม่เหมาะกับการนำกลับมาใช้กับอาหารหรือเครื่องดื่ม
Q: ขวด PET สีใสกับสีอื่นเลือกต่างกันอย่างไร?
A: หากต้องการให้ผู้บริโภคเห็นสีและลักษณะผลิตภัณฑ์ ขวดใสมีข้อได้เปรียบ แต่สินค้าที่ไวต่อแสงอาจต้องพิจารณาขวดสี ฉลากที่ช่วยลดแสง หรือบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่น โดยต้องประเมินจากคุณสมบัติของสินค้าแต่ละสูตร
ขวด PET เหมาะเมื่อวัสดุและกระบวนการไปด้วยกัน
ขวด PET มีจุดเด่นด้านความใส น้ำหนักเบา และสามารถขึ้นรูปได้หลากหลาย จึงเหมาะกับอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าหลายประเภท แต่การเลือกใช้ไม่ควรดูเพียงว่าเป็น PET หรือไม่ เพราะขวดแต่ละรุ่นอาจรองรับอุณหภูมิ วิธีบรรจุ และระบบฝาที่ต่างกัน
ก่อนตัดสินใจควรดูทั้งชนิดสินค้า อุณหภูมิขณะบรรจุ ขนาดขวด ฝาปิด และกระบวนการหลังบรรจุร่วมกัน เพื่อให้บรรจุภัณฑ์เหมาะกับการใช้งานจริง
IMCOFOODPACK มีขวด PET หลายรูปแบบสำหรับเงื่อนไขการบรรจุที่แตกต่างกัน การเลือกจากกระบวนการของสินค้าก่อนจึงช่วยให้คัดรูปแบบขวดได้ตรงความต้องการมากกว่าเลือกจากรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว
เลือกขวดให้ตรงกับสินค้าและวิธีบรรจุ
📞โทร: 038-571-845-9📞โทร: 065-398-9909
🔵Facebook: imcofoodpack
🟢LINE: @chc0659g
📸Instagram: imcofoodpack
🌐Web: www.imcofoodpack.com